ป้ายกำกับ

วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ข้อสอบคณิตศาสตร์ มาตรฐาน ค1.2 คืออะไร

ข้อสอบคณิตศาสตร์ มาตรฐาน ค1.2 คืออะไร
ข้อสอบคณิตศาสตร์ หากเราจะพูดถึงเรื่องของข้อสอบโอเนต ที่ส่วนใหญ่แล้วมักจะใช้การออกข้อสอบแบบตามตัวชี้วัด ไม่ใช่แบบตามหัวข้อเรื่องเหมือนที่เราสอนนั้น ส่วนตัวเองถ้าบอกว่าในสาระที่ 1 มาตรฐานไหนยากที่สุดขอยกให้กับ มาตรฐาน ค1.2 เลย เป็นอะไรที่ยากมาก เป็นเพราะอะไรจะมาเล่าให้ฟัง
ข้อสอบคณิตศาสตร์ มาตรฐาน ค1.2 คืออะไร
ข้อสอบคณิตศาสตร์ มาตรฐาน ค1.2 มีชื่อว่า การเข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการของจำนวนและความสัมพันธ์ระหว่างการดำเนินการต่างๆ และใช้การดำเนินการในการแก้ปัญหา (ฟังแล้วยาวมาก) แต่สรุปว่ามาตรฐานตัวนี้จะพูดถึงเรื่องของการบวก ลบ คูณ หาร รวมไปถึงการระคน และโจทย์ปัญหาด้วย
ข้อสอบคณิตศาสตร์ โจทย์ระคน ความยากถึงยากที่สุด
จากประสบการณ์ที่สอนคณิตศาสตร์มาพอสมควร สังเกตุได้ว่าข้อสอบคณิตศาสตร์อย่างหนึ่งที่สร้างความปวดหัวให้กับนักเรียนทั่วไปได้มากที่สุดคือ เรื่องของการระคน ที่มีการรวมการบวก ลบ คูณ หาร เข้าด้วยกัน ซึ่งหากในโจทย์มีการดำเนินการบวก ลบ คูณ หาร อย่างน้อย สามครั้งขึ้นไป รับรองนักเรียนที่ไม่ชอบส่ายหน้าหนีกันเป็นแถว
ข้อสอบคณิตศาสตร์ โจทย์ระคนแบบผสม ยิ่งยากไปกันใหญ่
ข้อสอบคณิตศาสตร์ที่เป็นโจทย์ระคนทั่วไปที่มีเฉพาะตัวเลขกับเครื่องหมายก็ว่ายากแล้ว โจทย์ระคนที่เพิ่มความซับซ้อนขึ้นไปอีกโดยการเอาจำนวนที่แตกต่างกันมาระคนกัน เช่น เอาเศษส่วน กับ บวกกับทศนิยม แล้วคูณกับจำนวนนับ อีก เจออย่างนี้เข้าไปต้องบอกเลยว่า ถ้าคนไหนพื้นไม่แน่นจริง คงหาคำตอบได้ยาก
ข้อสอบคณิตศาสตร์ โจทย์ปัญหา ยาขมหม้อใหญ่
มาตรฐาน ค1.2 นี้ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ถือว่าเป็นยาขมหม้อใหญ่เลย นั่นคือข้อสอบคณิตศาสตร์ที่เป็นโจทย์ปัญหา ที่มีความเกี่ยวข้องกับทักษะการอ่านด้วย ถ้านักเรียนคนไหนอ่านไม่คล่องแล้ว หรือ วิเคราะห์โจทย์ไม่ได้(ตีโจทย์ไม่แตก) อันนี้ก็เตรียมใจว่าผิดได้เลย เพราะหากตีความผิด ก็ใช้เครื่องหมายและวิธีการผิด โอกาสที่จะฟลุคเดาๆถูกนั้นก็น้อยลงไปด้วย
ข้อสอบคณิตศาสตร์มาตรฐานนี้ ทำไมถึงยาก
ส่วนตัวผู้เขียนเองเชื่อว่า ข้อสอบคณิตศาสตร์แบบระคนทั้งแบบที่มีแต่ตัวเลข หรือแบบโจทย์ปัญหานั้น สิ่งหนึ่งที่ทำให้ยากก็คือ นักเรียนทั่วไป ไม่ค่อยมีโอกาสได้ฝึกเท่าไร อาจจะเป็นข้อจำกัดเรื่องของเวลา หรือ แบบฝึกในหนังสือที่น้อยเกินไป หรือหากทำใบงานเพิ่ม นักเรียนที่สนใจก็จะได้ฝึกแต่ถ้าเป็นนักเรียนที่ไม่สนใจก็จะมองข้ามไป พอไม่ได้ฝึกอยู่เป็นประจำก็จะไม่สามารถเรียงลำดับขั้นตอนการทำที่ถูกต้องได้ สุดท้ายเจอในข้อสอบก็หัวหมุนกันไปตามๆกัน แต่สุดท้ายวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องนี้ก็คือ ต้องหาแบบฝึกให้ทำบ่อยๆอยู่ดี อาจจะเป็นอาทิตย์ละครั้งก็ได้ เพื่อเป็นการกระตุ้นวิธีการคิดอยู่บ่อย รวมถึงเน้นไปที่การให้กำลังใจมากกว่าการจับผิดจะช่วยให้นักเรียนไม่เครียดมาก เชื่อว่าคุณครูทุกคนทำได้อยู่แล้ว


วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ป.หก ตามตัวชี้วัด (สาระที่ 1 มาตรฐาน ค1.1)

ข้อสอบคณิตศาสตร์ตามตัวชี้วัดคณิตศาสตร์ ป.6

สาระที่ ๑  จำนวนและการดำเนินการ
มาตรฐาน ค ๑.๑  เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใช้จำนวนในชีวิตจริง
๑.  เขียนและอ่านทศนิยม  ไม่เกินสามตำแหน่ง
๒. เปรียบเทียบ  และเรียงลำดับ เศษส่วน  และทศนิยมไม่เกินสามตำแหน่ง
๓. เขียนทศนิยมในรูปเศษส่วนและเขียนเศษส่วนในรูปทศนิยม

จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดจากตัวเลือกต่อไปนี้
1. 23.098 ข้อใดอ่านได้ถูกต้อง
ก.      สองสามจุดศูนย์เก้าแปด
ข.      ยี่สิบสามจุดเก้าสิบแปด
ค.      สองสามจุดเก้าสิบแปด
ง.       ยี่สิบสามจุดศูนย์เก้าแปด
2. เพราะเหตุใด การอ่านตัวเลขหลังจุดทศนิยมจึงต้องใช้แบบเรียงตัว
ก.      เพื่อให้อ่านง่าย
ข.      เพื่อไม่ให้สับสนกับจำนวนนับหน้าจุดทศนิยม
ค.      เพื่อให้อ่านได้ครบทุกตำแหน่ง
ง.       ถูกทุกข้อ
3. จำนวนในข้อใดต่อไปนี้มีค่าเท่ากับ 0.5
ก.      5.0
ข.      0.05
ค.      0.005
ง.       0.500
4. หากต้องการเขียนจำนวน 4/10 ให้อยู่ในรูปทศนิยมข้อใดถูกต้อง
ก.      4.0
ข.      0.4
ค.      0.04
ง.       0.004
5. จำนวน 0.056 เขียนเป็นเศษส่วนได้อย่างไร
ก.      56/10
ข.      56/100
ค.      56/1000
ง.       1000/56

6. สมหญิงไปซื้อสินค้าที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ปรากฏว่าเมื่อคิดราคาออกมาแล้วพนักงานบอกว่า สองร้อยห้าสิบสองจุดศูนย์ห้าสองบาท ข้อใดเขียนจำนวนที่ขีดเส้นใต้ได้ถูกต้อง
ก.      2500.052
ข.      250.052
ค.      250.520
ง.       052.250

7. หากต้องการเปลี่ยน 3/4 เป็นทศนิยม เราสามารถทำได้อย่างไรบ้าง
ก.      ปรับส่วนให้กลายเป็น 100
ข.      ปรับตัวเศษให้กลายเป็น 100
ค.      ตั้งหาร โดยเอา 3 ตั้งแล้ว 4 หาร
ง.       ถูกเฉพาะข้อ ก และ ค

8. เศษส่วนในข้อใด มีค่าเท่ากับ 15/20
ก.      5/6
ข.      3/4
ค.      30/25
ง.       30/30

9. 99.099 จากจำนวนที่กำหนดให้ เลขโดดที่ขีดเส้นใต้มีค่าเท่าไร
ก.      90
ข.      9
ค.      9/10
ง.       9/100

10. หากต้องการเปลี่ยน 2/5 ให้เป็นทศนิยมข้อใดถูกต้อง
ก.      0.4
ข.      0.5
ค.      0.04
ง.       0.05

ตอนที่ 2 จงแสดงวิธีทำ
11. จงเรียงลำดับทศนิยมต่อไปนี้ จากน้อยไปหามาก
·       0.01
·       0.1
·       1.0
·       10.01
·       11.10
12. จงแปลง 65/200 ให้กลายเป็นเลขทศนิยม
13. จงบอกเศษส่วนที่มีค่าเท่ากับ 3/12 มาอีกอย่างน้อย 3 จำนวน

ข้อสอบคณิตศาสตร์ที่ลงให้นี้เป็นข้อสอบตัวอย่าง ของสาระที่ 1 ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์อย่างง่ายของเศษส่วนและทศนิยม ที่นักเรียนทั่วไปจะต้องสามารถเปลี่ยนร่างไปมาได้ระหว่างเศษส่วนและทศนิยม นอกจากนั้นยังต้องสามารถบอกค่าของเลขโดดของเลขประจำหลักได้อีกด้วย
โดยความยากของข้อสอบคณิตศาตร์สาระที่ 1 น่าจะเป็นเรื่องของการเรียงลำดับเศษส่วนที่มีมากกว่าสามจำนวนขึ้นไป เนื่องจากจะต้องนำเรื่อง ค.ร.น. มาใช้เพื่อปรับตัวส่วนให้เท่ากัน ส่วนอีกเรื่องที่ยากพอกันนั่นก็คือ เรื่องของการแปลงเศษส่วนเป็นทศนิยมซึ่งสามารถทำได้สองวิธีคือ ปรับตัวส่วนให้เป็น 10 / 100 / 1,000 แล้วอ่านค่าจากเศษ หรืออาจจะทำโดยการเอาตัวเศษหารด้วยตัวส่วนก็ได้เช่นกัน หวังว่าข้อสอบนี้จะได้ใช้ให้เกิดประโยชน์ทุกคน

ปล.ใครก็อปไปใช้ไม่ว่ากัน แต่ขอเครดิตให้กับผมด้วยนะครับ(คิดเอง พิมพ์เอง)




วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ข้อสอบคณิตศาสตร์ เศษส่วน ทำไมเด็กถึงว่ายาก
ในการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ หากเป็นเด็กทั่วไปที่ไม่ได้มีพื้นความรู้เดิมที่แน่นปั๊ก หรือเรียนพิเศษแบบต่อเนื่องมาแล้วล่ะก็เชื่อว่า หนึ่งในหัวข้อที่ทำให้คุณครูอย่างเราต้องปวดหัวก็คือ ข้อสอบคณิตศาสตร์เรื่อง เศษส่วนแน่นอน เชื่อว่าหัวข้อนี้เด็กส่วนใหญ่มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ยาก และไม่เข้าใจ ทำไมถึงเป็นแบบนั้น พอจะสรุปได้ประมาณนี้
ข้อสอบคณิตศาสตร์ เศษส่วนมีค่าเดียวแต่มีหลายตัว
สาเหตุแรกที่ทำให้ข้อสอบคณิตศาสตร์ เรื่องเศษส่วนเป็นเรื่องยากสำหรับนักเรียนทั่วไปก็คือ เศษส่วนมีความพิเศษตรงที่ว่า ในหนึ่งค่าของเศษส่วนนั้นมีหลายตัวมาก อย่างเช่น เศษแปดส่วนสิบ(8/10) ซึ่งมีค่าเท่ากับ 4/5 , 24/30 , 40/50และอีกมากมายด้วย ซึ่งตรงนี้แหละที่ทำให้นักเรียนไม่เข้าใจ เพราะมันต่างจากจำนวนนับแบบเดิมที่เค้าเคยเข้าใจมา ทำให้เวลาคิดเลยสับสนไปหมดว่าต้องตอบอย่างไรกันแน่
ข้อสอบคณิตศาสตร์ เศษส่วนมีตัวเลข สอง บรรทัด
สาเหตุที่สอง ที่ทำให้ข้อสอบคณิตศาสตร์เรื่องเศษส่วน นั้นกลายเป็นของยากนั่นก็คือ เศษส่วนเวลาเขียนหรือทำอะไรก็ตาม มันต้องเป็นตัวเลขสองบรรทัด นั่นคือ เศษและส่วน แถมยังมีจำนวนนับนำหน้าอีก ซึ่งต่างจากจำนวนนับหรือทศนิยมทั่วไป ที่มีแค่บรรทัดเดียว การมีสองบรรทัดก็จะยิ่งเพิ่มความงงเป็นสองเท่าเลยไม่แปลกที่จะทำไม่ได้กัน
ข้อสอบคณิตศาสตร์ เศษส่วนมีขั้นตอนเยอะมาก
สาเหตุที่สาม ส่วนตัวคิดว่าเป็นสาเหตุสำคัญทีเดียวที่ทำให้นักเรียนเบื่อเรื่องเศษส่วนมากนั่นก็คือ การจะจัดการเศษส่วนแต่ละข้อนั้นมีขั้นตอนที่ยุ่งยากมากมายเลยเกิน ยกตัวอย่างเช่น4 2/3 – 3 3/5  £ เราต้องทำขั้นตอนอย่างไรบ้าง มาลองดูกัน
1. ทำจำนวนคละให้เป็นเศษเกิน ในที่นี้จะได้14/3  และ18/5
2. ทำตัวส่วนให้เท่ากัน (โดยใช้วิธีหา ค.ร.น. ในที่นี้คือ 15)
3. ปรับตัวเศษตามตัวส่วน จะได้เป็น70/15  และ54/15
4. นำตัวเศษมาลบกัน จะได้ 16/15
5. จากนั้นหากผลลบที่ได้สามารถทำเป็นเศษส่วนอย่างต่ำได้ก็ต้องทำก่อนอีก(ในที่นี้ทำไม่ได้)
6. พิจารณาอีกครั้งหากผลลบที่ได้เป็นเศษเกินก็ต้องทำเป็นจำนวนคละอีก ในที่นี้คือ1 1/15  ถึงจะเสร็จสิ้น
จะเห็นว่ากว่าจะได้คำตอบมานี่มีขั้นตอนจุกจิกทีเดียว แล้วหากเป็นการคูณหรือหารที่ต้องมีการตัดทอนก่อนด้วยแล้วล่ะก็ หากไม่มีความรู้มาก่อนเชื่อเลย ว่าทำไม่ได้แน่
ข้อสอบคณิตศาสตร์ เชื่อมโยงหลายเรื่องเข้าด้วยกัน
สาเหตุที่สี่ ที่ทำให้ข้อสอบคณิตศาสตร์เรื่องเศษส่วนนั้นยาก นั่นก็คือ เรื่องเศษส่วนเหมือนเป็นเรื่องที่นำส่วนอื่นมาผสมผสานบูรณาการร่วมกันกว่าจะหาคำตอบได้ จะเห็นว่าจากตัวอย่างข้างบน ถึงจะบอกว่าเป็นการลบก็จริง แต่กว่าจะหาคำตอบได้ก็มีทั้งการคูณ การหาร และ เรื่องค.ร.น. ผสมอยู่ด้วย หากใครไม่ถนัดเรื่องไหนก็คงยากเลยกว่าจะตอบได้
ข้อสอบคณิตศาสตร์ โจทย์ปัญหาเศษส่วนซับซ้อน
สาเหตุที่สุดท้าย นั่นก็คือโจทย์ปัญหาเรื่องของเศษส่วนนั้น มีความสลับซับซ้อนมากกว่าเรื่องอื่น โดยทั่วไปแล้วโจทย์ปัญหาจำนวนนับหรือทศนิยม มักจะให้เราหาคำตอบไปโดยตรงเลย แต่ถ้าเป็นเรื่องเศษส่วนล่ะก็ มันจะมีโจทย์ปัญหาบางชนิดที่หาเศษส่วนแล้ว ก็ต้องเอาเศษส่วนนั้นไปหาสัดส่วนหรือเทียบปริมาณที่แท้จริงอีก ซึ่งก็จะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องการเทียบบัญญัติไตรยางค์อีกเรื่องหนึ่งแน่นอนว่า ถ้าไม่รู้เรื่องก็หมดสิทธิ์
จากสาเหตุที่เล่ามา ทำให้ข้อสอบคณิตศาสตร์เรื่องเศษส่วนเป็นเรื่องยากพอสมควรทีเดียวสำหรับนักเรียนทั่วไปในการทำความเข้าใจ ดังนั้นทางที่ดีจึงต้องให้ทำแบบฝึกหัดบ่อยๆเพื่อให้นักเรียนเกิดความเข้าใจลำดับขั้นตอนวิธีการได้อย่างถูกต้อง


ทดสอบ

บล็อกนี้ จะเกี่ยวข้องการข้อสอบโอเนตที่คิดขึ้นเอง ใครจะก็อบไปไหน ขอเครดิตด้วยนะครับ